Tag: วีซ่าเชงเก้น

  • 10 ประเทศยอดนิยมสำหรับวีซ่าเชงเก้น ทำไมคุณถึงต้องมาเยือนให้ได้

    10 ประเทศยอดนิยมสำหรับวีซ่าเชงเก้น ทำไมคุณถึงต้องมาเยือนให้ได้

    การเดินทางไปยุโรปเป็นความฝันของหลายคน วีซ่าเชงเก้นจะช่วยคุณเปิดประตูสู่การสำรวจ และ ประสบการณ์ที่หลากหลายในประเทศยุโรป ในบทความนี้ เราจะสำรวจ 10 ประเทศยอดนิยมสำหรับวีซ่าเชงเก้น และ เหตุผลที่คุณควรพิจารณาเยือนประเทศเหล่านี้

    1. ฝรั่งเศส

    ฝรั่งเศสไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงในฐานะประเทศแห่งความรักและศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นที่รู้จักด้วยความงามของประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่หมู่บ้านที่เงียบสงบในเขตชนบทจนถึงชายฝั่งทะเลที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น ริเวียร่าฝรั่งเศส นอกจากนี้ ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและวัฒนธรรมที่อุดมสมบูรณ์ยังสามารถพบเห็นได้จากพิพิธภัณฑ์ชั้นนำ เช่น ลูฟวร์ และ อาหารที่ละเอียดอ่อนที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวฝรั่งเศส

    2. อิตาลี

    อิตาลีเป็นสวรรค์ของผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ และ อาหาร ด้วยเมืองประวัติศาสตร์ที่โดดเด่น เช่น โรม ที่มีโคลอสเซียม และ จัตุรัสโรมัน และ เวนิสที่มีคลองน้ำ และ สะพานที่งดงาม เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่ทำให้อิตาลีเป็นประเทศที่น่าไป อาหารอิตาลีที่โด่งดังทั่วโลก เช่น พาสต้า พิซซ่า และ เจลาโต้ ทำให้การเดินทางมาที่นี่เป็นการมาค้นหารสชาติที่ไม่ควรพลาด

    3. สเปน

    สเปนเป็นประเทศที่มีชีวิตชีวาด้วยชายหาดที่สวยงาม และ เทศกาลที่มีชีวิตชีวา ด้วยอากาศที่อบอุ่น และ แดดส่องแสงตลอดทั้งปี ชายหาดในสเปน เช่น คอสตาเดลโซล และหมู่เกาะคานารี ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก นอกจากนี้ เทศกาลที่มีชื่อเสียง เช่น เทศกาลวิ่งวัวในปัมโปลนา เป็นเหตุผลที่ทำให้สเปนเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกับวัฒนธรรมที่แตกต่าง

    4. เยอรมนี

    เยอรมนีเป็นประเทศที่ผสมผสานระหว่างนวัตกรรม และ ประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว ปราสาทที่สวยงามเช่น นอยชวานสไตน์ และ เมืองที่ทันสมัยอย่างเบอร์ลิน ทำให้เยอรมนีเป็นจุดหมายที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบทั้งประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมสมัยใหม่ เทศกาลเบียร์โอ๊คโตเบอร์เฟสต์ และ ตลาดคริสต์มาสก็เป็นเหตุผลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

    5. ออสเตรีย

    ออสเตรียเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม และ ธรรมชาติที่สวยงาม ด้วยเทือกเขาแอลป์ที่อลังการ และ เมืองที่มีเสน่ห์เช่นเวียนนา และ ซัลซ์บวร์ก ออสเตรียมอบประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำใครให้กับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการชื่นชมงานศิลปะ การฟังดนตรีคลาสสิก หรือการเล่นสกีในหน้าหนาว วัฒนธรรมร้านกาแฟ และ พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงยังเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด

    6. กรีซ

    กรีซเป็นประเทศที่ซึ่งประวัติศาสตร์ เเดนเเห่งเทพนิยายด้วยมรดกทางวัฒนธรรม และ โบราณสถานที่สำคัญมากมาย เช่น อะโครโพลิสในเอเธนส์ และเดลฟี กรีซมอบประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น นอกจากนี้ หาดทรายสีทองที่เกาะซานโตรินี และ เมียคอนอส ก็เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลาย และ สัมผัสกับความงามของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

    7. เนเธอร์แลนด์

    เนเธอร์แลนด์ ประเทศที่รู้จักกันดีในนาม “ดินแดนแห่งทิวลิป” เป็นสถานที่ที่สามารถพบเห็นทุ่งทิวลิปสีสันสดใสได้ทุกมุม เมืองอัมสเตอร์ดัม ด้วยคลองน้ำและสะพานที่งดงาม มีบ้านเรือนที่มีเอกลักษณ์ และ มิวเซียมชั้นนำ เช่น พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ และ รีจ์คส์มิวเซียม นับเป็นสถานที่ที่ผสมผสานระหว่างความสวยงามของธรรมชาติ และ วัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

    8. สวิตเซอร์แลนด์

    สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์ธรรมชาติที่หาที่เปรียบไม่ได้ ตั้งแต่เทือกเขาแอลป์ที่อลังการไปจนถึงทะเลสาบสีครามที่สวยงาม เป็นสวรรค์ของนักสกีและผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า ปั่นจักรยานเขา หรือแม้แต่การพักผ่อนในสปาที่มองเห็นวิวภูเขา สวิตเซอร์แลนด์มอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร และ เป็นที่จดจำสำหรับทุกคนที่เยือน

    9. เบลเยียม

    เบลเยียมไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศที่ผลิตช็อกโกแลตชั้นเลิศเท่านั้น แต่ยังเป็นบ้านของเมืองที่มีศิลปะและสถาปัตยกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ จากเมืองเก่าแก่อย่างบรูจส์ที่มีคลองน้ำที่สวยงามไปจนถึงเมืองแอนต์เวิร์ปที่เต็มไปด้วยแกลเลอรีศิลปะและบูติก ผู้เยี่ยมชมสามารถดื่มด่ำกับวัฒนธรรมที่หลากหลาย และ สัมผัสกับชีวิตท้องถิ่นที่แท้จริง นอกจากนี้ ช็อกโกแลตเบลเยียมเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ด้วยการผลิตที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบชั้นเลิศจนถึงกระบวนการผลิตที่ประณีต ช็อกโกแลตเบลเยียมเป็นที่ยอมรับในเรื่องของคุณภาพ และรสชาติที่เหนือชั้น

    10. โปแลนด์

    โปแลนด์เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้ง และ ทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่ง จากเมืองประวัติศาสตร์อย่างคราคูฟที่เต็มไปด้วยปราสาท และ โบสถ์เก่าแก่ ไปจนถึงป่าบิเอโลเวียซา ซึ่งเป็นหนึ่งในป่าดึกดำบรรพ์สุดท้ายในยุโรป โปแลนด์มอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร และ เป็นที่จดจำสำหรับผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์และธรรมชาติ

    การเยือนประเทศเหล่านี้ด้วยวีซ่าเชงเก้นไม่เพียงแต่มอบโอกาสให้คุณสัมผัสกับวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่หลากหลาย แต่ยังช่วยให้คุณสามารถสำรวจยุโรปได้อย่างอิสระและสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางครั้งแรกหรือการกลับไปเยือน ประเทศเหล่านี้มีบางสิ่งที่พิเศษสำหรับทุกคน

    สามารถอ่านบทความเพิ่มเกี่ยวกับวีซ่าเชงเก้นได้ที่นี้

  • มารู้จัก วีซ่าเชงเก้น กุญแจสู่ยุโรปที่คุณไม่ควรพลาด

    มารู้จัก วีซ่าเชงเก้น กุญแจสู่ยุโรปที่คุณไม่ควรพลาด

    วีซ่าเชงเก้นเป็นสิ่งที่เรามักได้ยินบ่อยครั้งเมื่อวางแผนการเดินทางไปยุโรป แต่คุณรู้หรือไม่ว่า วีซ่าเชงเก้นคืออะไร และทำไมมันถึงมีความสำคัญสำหรับนักเดินทาง? บทความนี้จะเป็นคำแนะนำที่ครอบคลุมเกี่ยวกับวีซ่าเชงเก้น ทุกสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนการเดินทางไปยุโรป ไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวครั้งแรกหรือผู้ที่กำลังวางแผนการเดินทางกลับไปยุโรปอีกครั้ง

    วีซ่าเชงเก้นคืออะไร?

    วีซ่าเชงเก้นเป็นวีซ่าที่ออกโดยประเทศสมาชิกของพื้นที่เชงเก้น ซึ่งประกอบด้วย 26 ประเทศยุโรปที่ลงนามในข้อตกลงเชงเก้น ข้อตกลงนี้ช่วยให้ผู้ถือวีซ่าสามารถเดินทางเข้าและออกระหว่างประเทศสมาชิกได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองซ้ำ ๆ ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศในยุโรปเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบาย

    ประโยชน์ของวีซ่าเชงเก้น

    • การเดินทางไร้ขีดจำกัด: วีซ่าเชงเก้นช่วยให้คุณสามารถเดินทางระหว่างประเทศสมาชิกเชงเก้นได้อย่างอิสระ ช่วยให้คุณสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวหลายประเทศในยุโรปได้ในการเดินทางเพียงครั้งเดียว
    • กระบวนการขอวีซ่าที่เรียบง่าย: แม้ว่าการเตรียมเอกสารอาจต้องใช้เวลาบ้าง แต่กระบวนการขอวีซ่าเชงเก้นได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เข้าใจง่ายและสะดวกสบายสำหรับผู้ขอ
    • ความยืดหยุ่น: วีซ่าเชงเก้นมีหลายประเภท รวมถึงวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าธุรกิจ และวีซ่าระยะยาว ให้คุณเลือกประเภทที่ตรงกับจุดประสงค์การเดินทางของคุณ

    ใครต้องขอวีซ่าเชงเก้น?

    ไม่ทุกคนที่เดินทางไปยุโรปต้องขอวีซ่าเชงเก้น ผู้ถือหนังสือเดินทางจากบางประเทศสามารถเข้าเยือนประเทศสมาชิกเชงเก้นได้โดยไม่ต้องมีวีซ่าสำหรับการเข้าพำนักชั่วคราว อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่หนังสือเดินทางของพวกเขาไม่อยู่ในข้อยกเว้นนี้ การขอวีซ่าเชงเก้นจะเป็นขั้นตอนที่จำเป็น

    ขั้นตอนการขอวีซ่าเชงเก้น

    1. ตรวจสอบความต้องการ: ก่อนอื่น คุณต้องตรวจสอบว่าคุณต้องขอวีซ่าเชงเก้นหรือไม่ และเตรียมเอกสารที่จำเป็น
    2. กรอกแบบฟอร์มขอวีซ่า: คุณสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มขอวีซ่าเชงเก้นจากเว็บไซต์ของสถานทูตหรือกงสุล
    3. นัดหมายและยื่นขอวีซ่า: นัดหมายกับสถานทูตหรือกงสุลของประเทศเชงเก้นที่คุณต้องการเยือนและยื่นเอกสารขอวีซ่า
    4. รอผลการพิจารณา: หลังจากยื่นขอแล้ว คุณจะต้องรอผลการพิจารณาซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์
    วีซ่าเชงเก้น

    การมีวีซ่าเชงเก้นในมือเปิดประตูสู่การเดินทางในยุโรปที่ไม่มีข้อจำกัดและเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำใคร ไม่ว่าคุณจะเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว ธุรกิจ หรือการศึกษา การเตรียมการอย่างละเอียดและการทำความเข้าใจในกระบวนการขอวีซ่าเชงเก้นจะช่วยให้การเดินทางของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปราศจากปัญหา

    สามารถอ่านบทความเพิ่มเกี่ยวกับวีซ่าเชงเกนได้ที่นี้

  • การขอเชงเกนวีซ่าในปี 2024

    การขอเชงเกนวีซ่าในปี 2024

    การเดินทางไปยังประเทศในเขตเชงเก้นเป็นความฝันของหลายคน และ การได้รับวีซ่าเป็นขั้นตอนแรกที่จะทำให้ความฝันนั้นเป็นจริง ในปี 2024 ขั้นตอนการขอวีซ่าเชงเก้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เพื่อช่วยให้คุณเตรียมพร้อมและเพิ่มโอกาสในการได้รับวีซ่า เราได้รวบรวมวิธีทีละขั้นตอนที่จะช่วยให้คุณผ่าน

    เชงเกนวีซ่าคืออะไร?

    วีซ่าเชงเกน (Schengen Visa) เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้ผู้ถือสามารถเดินทางระหว่างประเทศที่อยู่ในเขตเชงเกนได้อย่างเสรีโดยไม่ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองระหว่างพรมแดนของประเทศสมาชิก เขตเชงเกนก่อตั้งขึ้นภายใต้ข้อตกลงเชงเกน (Schengen Agreement) ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศในยุโรปเพื่อยกเลิกการตรวจคนเข้าเมืองระหว่างประเทศที่เข้าร่วม จึงทำให้การเดินทางระหว่างประเทศเหล่านี้เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว

    เชงเกนวีซ่า

    เขตเชงเกนครอบคลุม 27 ประเทศในยุโรป ซึ่งรวมถึงประเทศยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวมักเดินทางไปเยือน เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสเปน การมีวีซ่านี้ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางข้ามระหว่างประเทศเหล่านี้ได้อย่างเสรีในระยะเวลาไม่เกิน 90 วันภายในช่วง 180 วัน โดยไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนประเทศ

    ประเภทของเชงเกนวีซ่า

    เชงเกนมีหลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเดินทาง และระยะเวลาที่ต้องการพำนักในประเทศสมาชิก โดยประเภทของวีซ่านี้หลักๆ มีดังนี้:

    1. วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa):
      วีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าที่ใช้บ่อยที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเยี่ยมชมประเทศในเขตเชงเกน วีซ่านี้อนุญาตให้คุณสามารถเดินทางได้ในหลายประเทศในยุโรปโดยไม่ต้องขอวีซ่าแยก การขอวีซ่าท่องเที่ยวนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางเพื่อพักผ่อนหรือท่องเที่ยวในเขตเชงเกน ซึ่งสามารถพำนักอยู่ได้ไม่เกิน 90 วันภายในระยะเวลา 6 เดือน
    2. วีซ่าธุรกิจ (Business Visa):
      วีซ่าธุรกิจเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังประเทศในเขตเชงเกนเพื่อทำธุรกิจ เช่น การเข้าร่วมประชุม การเจรจาทางการค้า หรือติดต่อธุรกิจต่างๆ วีซ่านี้ช่วยให้คุณสามารถเดินทางระหว่างประเทศสมาชิกได้อย่างสะดวกในช่วงระยะเวลาที่กำหนด วีซ่าธุรกิจมักจะออกให้สำหรับระยะเวลาสั้นๆ แต่ในบางกรณี อาจมีการออกวีซ่าสำหรับการเดินทางระยะยาวขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกิจที่คุณทำ
    3. วีซ่าเยี่ยมเยือน (Visitor Visa):
      วีซ่าเยี่ยมเยือนเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไปเยี่ยมครอบครัว เพื่อน หรือญาติที่พำนักในเขตเชงเกน ผู้ยื่นขอวีซ่านี้จะต้องมีหลักฐานการเชิญจากผู้พำนักในประเทศนั้นๆ เช่น หนังสือเชิญ หรือหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ เช่น สำเนาเอกสารราชการที่ยืนยันความสัมพันธ์ทางครอบครัว
    4. วีซ่านักเรียน (Student Visa):
      สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาในประเทศในเขตเชงเกนในระยะเวลาสั้นๆ เช่น การเรียนภาษา การฝึกงาน หรือการเรียนระยะสั้น วีซ่านักเรียนสามารถครอบคลุมระยะเวลาที่สั้นกว่าวีซ่าการศึกษาแบบระยะยาว ซึ่งจะต้องขอแยกกัน หากคุณมีแผนจะเรียนต่อในระยะยาว การยื่นขอวีซ่าประเภทนี้ต้องมีเอกสารรับรองจากสถานศึกษาในประเทศที่คุณจะไปเรียน
    5. วีซ่าทางการแพทย์ (Medical Visa):
      สำหรับผู้ที่ต้องการเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ในประเทศในเขตเชงเกน วีซ่านี้จะอนุญาตให้คุณเดินทางไปยังประเทศนั้นๆ เพื่อรับการรักษาที่เกี่ยวข้อง วีซ่าทางการแพทย์ต้องมีเอกสารจากโรงพยาบาลหรือคลินิกในประเทศนั้นๆ ที่ยืนยันว่าคุณจะได้รับการรักษา พร้อมทั้งต้องมีหลักฐานยืนยันความสามารถในการชำระค่ารักษาพยาบาลและประกันสุขภาพที่ครอบคลุมระยะเวลาการเดินทาง
    6. วีซ่าเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะ (Cultural, Sports, or Conference Visa):
      วีซ่าประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะ เช่น การเข้าร่วมงานสัมมนา การแข่งขันกีฬา หรือกิจกรรมวัฒนธรรมในประเทศในเขตเชงเกน การขอวีซ่าจะต้องมีหนังสือเชิญหรือหลักฐานยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
    เชงเกนวีซ่า

    ทุกประเภทมีเงื่อนไขสำคัญคือการเดินทางและการพำนักจะต้องไม่เกิน 90 วันในช่วงระยะเวลา 180 วัน ซึ่งหมายความว่าหลังจากพำนักครบ 90 วัน คุณจะต้องออกจากเขตเชงเกนและสามารถกลับเข้ามาใหม่ได้อีกเมื่อครบ 180 วันนับจากวันที่เดินทางเข้าครั้งแรกะต้องรอผลการพิจารณา ระยะเวลาในการพิจารณาอาจแตกต่างกันไปตามสถานทูตและช่วงเวลาของปี

    การปฏิเสธวีซ่าและการยื่นอุทธรณ์

    การปฏิเสธวีซ่าเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะหากเอกสารไม่ครบถ้วนหรือมีความไม่ชัดเจนในแผนการเดินทาง การถูกปฏิเสธวีซ่าไม่ได้หมายความว่าโอกาสในการเดินทางของคุณหมดไป คุณยังมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด

    1. สาเหตุการปฏิเสธที่พบบ่อย: มีหลายเหตุผลที่ทำให้การขอวีซ่าถูกปฏิเสธ เช่น:
      • เอกสารไม่ครบถ้วนหรือไม่สอดคล้องกัน
      • หลักฐานทางการเงินไม่เพียงพอ
      • มีประวัติการเดินทางที่ไม่ชัดเจน หรือไม่มีหลักฐานการเดินทางที่ผ่านมา
      • การยื่นขอวีซ่าไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเดินทาง
      • ผู้พิจารณาไม่มั่นใจว่าผู้ขอวีซ่าจะเดินทางกลับประเทศต้นทางหลังจากสิ้นสุดการพำนัก
    2. ขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์: หากคุณถูกปฏิเสธวีซ่า คุณสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ โดยขั้นตอนสำคัญมีดังนี้:
      • อ่านจดหมายการปฏิเสธอย่างละเอียด: เมื่อคุณได้รับจดหมายการปฏิเสธวีซ่า มักจะมีการระบุเหตุผลในการปฏิเสธอย่างชัดเจน นำข้อมูลเหล่านี้มาเป็นแนวทางในการเตรียมเอกสารเพิ่มเติม
      • เตรียมเอกสารสนับสนุนเพิ่มเติม: เอกสารที่คุณควรเตรียมใหม่อาจรวมถึงหลักฐานเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับแผนการเดินทาง การเงิน หรือการชี้แจงในส่วนที่ถูกปฏิเสธ
      • ยื่นจดหมายอุทธรณ์: เขียนจดหมายอุทธรณ์ที่ชี้แจงเหตุผลว่าทำไมคุณควรได้รับวีซ่า โดยการชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมและสนับสนุนด้วยเอกสารที่เป็นไปตามที่ถูกปฏิเสธ
      • ส่งจดหมายและเอกสารอุทธรณ์: คุณสามารถส่งเอกสารอุทธรณ์ไปยังสถานทูตหรือศูนย์ยื่นวีซ่าภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยปกติจะมีระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ประมาณ 15-30 วันหลังจากวันที่ได้รับจดหมายปฏิเสธ
    3. ระยะเวลาการพิจารณาอุทธรณ์: หลังจากยื่นอุทธรณ์ การพิจารณาใหม่อาจใช้เวลานานหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณคำขอและความซับซ้อนของกรณี หากการอุทธรณ์ได้รับการอนุมัติ คุณจะได้รับวีซ่าที่อนุญาตให้คุณเดินทางได้ แต่หากถูกปฏิเสธอีกครั้ง คุณอาจต้องยื่นขอใหม่ในอนาคต
    4. หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในครั้งถัดไป: หากคุณถูกปฏิเสธวีซ่าในครั้งแรกและได้รับการปฏิเสธอีกในการอุทธรณ์ การวางแผนและเตรียมเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกในครั้งต่อไปเป็นสิ่งสำคัญ การขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการขอวีซ่าอาจช่วยให้คุณลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธในครั้งหน้า

    สรุป

    การขอวีซ่าเชงเกนในปี 2024 ต้องการความละเอียดและการเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศ การวางแผนอย่างรอบคอบและการปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับวีซ่า หากคุณถูกปฏิเสธวีซ่า อย่าเพิ่งท้อใจ เพราะยังมีโอกาสในการอุทธรณ์คำตัดสินและแก้ไขเอกสารให้ถูกต้องเพื่อเพิ่มโอกาสในการเดินทาง

    สามารถอ่านบทความเพิ่มเกี่ยวกับวีซ่าเชงเกนได้ที่นี้

  • อยากไปยุโรปต้องอ่าน อัปเดตวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) 2023

    อยากไปยุโรปต้องอ่าน อัปเดตวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) 2023

    วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) คืออะไร เข้าออกได้กี่ประเทศ เงื่อนไขเป็นอย่างไร ขั้นตอนไหนที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ มีอะไรที่เราต้องรู้ ก่อนที่เราจะสามารถเดินทางเข้าเยี่ยมเยือนบางประเทศ (27 ประเทศ) ในทวีปยุโรปได้นั้น เราจำเป็นต้องทำเรื่องขอวีซ่าเชงเก้น หรือ Schengen Visa กันเสียก่อน ซึ่งการขอวีซ่าเชงเก้น เพื่อให้ได้รับการอนุญาติเข้าท่องเที่ยว หรือพำนักในยุโรปนั้น จะมีความละเอียด ขั้นตอนที่ซับซ้อน และเงื่อนไขมากมาย ทำให้นักท่องเที่ยวกลัวว่า จะทำวีซ่าเชงเก้นไม่ผ่าน  

    ข้อควรพิจารณาก่อนยื่นวีซ่าเชงเก้น

    หนึ่งในข้อควรพิจารณาที่สำคัญที่สุดก่อนการยืนวีซ่าเชงเก้นนั่นคือ ระยะเวลายืนวีซ่าเชงเก้นก่อนการเดินทาง ซึ่งสำหรับวีซ่าเชงเก้นแล้ว ผู้เดินทางจะต้องทำการยื่นวีซ่าก่อนการเดินทางอย่างน้อย 1 เดือน ทั้งนี้เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะใช้เวลาในการพิจารณาเอกสารของคุณอย่างน้อย 7 – 15 วันทำการ แล้วแต่ประเภทของวีซ่า และ ประเทศที่ต้องการขอยื่นวีซ่าเชงเก้น อย่างไรก็ตาม ผู้ยื่นวีซ่าต้องทำการจองคิวเพื่อเดินทางไปยื่นเอกสาร ซึ่งคิวสำหรับการยื่นวีซ่านั้น จะว่างหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในการเดินทาง ดังนั้นเพื่อเป็นการเผื่อเวลาในการจองคิว และ การพิจารณาเอกสารของเจ้าหน้าที่ ผู้เดินทางควรเริ่มทำวีซ่าแต่เนิ่นๆ อย่างน้อย 1 เดือนนั่นเอง

    วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) คืออะไร จะไปเที่ยวยุโรปต้องใช้ไหม

    วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) นั้นเป็นใบอนุญาติ หรือใบเบิกทางสำหรับนักท่องเที่ยวผู้ไม่ได้ถือสัญชาติใดสัญชาติหนึ่งในกลุ่มประเทศสมาชิกเชงเก้น ให้สามารถทำการท่องเที่ยว หรือ พำนักในประเทศสมาชิกเชงเก้นได้ไม่เกิน 90 วัน (ภายใน 180 วัน) นอกจากนี้ ภายในระยะเวลา 90 วันนี่เอง ผู้ถือวีซ่าเชงเก้นยังสามารถเดินทางเข้า – ออกทั้ง 27 ประเทศผู้เป็นสมาชิกเชงเก้นได้อย่างเสรีโดยไม่ต้องขอวีซ่าของประเทศนั้นๆ อีกด้วย

    โดยวัตถุประสงค์หลักในการก่อตั้งวีซ่าเชงเก้นขึ้นมานั้น เพื่อทำให้ขั้นตอนการขอวีซ่าเข้าประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปนั้น มีประสิทธิภาพ และ มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น จึงได้มาเป็น ‘วีซ่าเชงเก้น’ หรือกล่าวคือ วีซ่าที่เกิดจากการทำข้อตกลงร่วมกันของประเทศในสหภาพยุโรป 23 ประเทศ และ ประเทศนอกสหภาพยุโรปอีก 4 ประเทศ ในการอนุญาติให้ผลเมืองประเทศสมาชิกสามารถเดินทางข้ามพรมแดนประเทศสมาชิกเชงเก้นได้อย่างเสรี (Schengen Visa Agreement) และ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าออกประเทศสมาชิกเชงเก้นได้ หากเป็นผู้ถือวีซ่าเชงเก้นนั่นเอง

    อย่างไรก็ตาม อัปเดตล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา พลเมืองเชงเก้นที่มีความประสงค์เดินทางเข้า-ออกประเทศกลุ่มสมาชิก แม้จะไม่ต้องขอวีซ่า แต่จำเป็นต้องยื่นเอกสาร ETIAS Stamp (European Travel Information and Authorization System) เพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัย และ ง่ายต่อการจัดการของทางกงศุล โดยสามารถกรอกแบบฟอร์ม เพื่อรับเอกสาร ETIAS ได้ที่เว็บไซต์ Etias.com

    อัปเดตล่าสุด วีซ่าเชงเก้น มีประเทศอะไรบ้าง ?

    วีซ่าเชงเก้นมีประเทศอะไรบ้าง และ มีกี่ประเทศ จากข้อมูลอัปเดตวีซ่าเชงเก้น 2022 – 2023 ประเทศที่นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องทำการยื่นวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) มีด้วยกันทั้งหมด 27 ประเทศ ได้แก่

    1. เบลเยี่ยม (Belgium)

    2. เช็ก (Czech)

    3. เดนมาร์ก (Denmark)

    4. เอสโตเนีย (Estonia)

    5. ฟินแลนด์ (Finland)

    6. ฝรั่งเศส (France)

    7. เยอรมนี (Germany)

    8. กรีซ (Greece)

    9. ฮังการี (Hungary)

    10. ไอซ์แลนด์ (Iceland)

    11. อิตาลี (Italy)

    12. ลัตเวีย (Latvia)

    13. ลิกเตนสไตน์ (Liechtenstein)

    14. ลิทัวเนีย (Lithuania)

    15. ลักเซมเบิร์ก (Luxembourg)

    16. มอลตา (Malta)

    17. เนเธอร์แลนด์ (Netherlands)

    18.นอร์เวย์ (Norway)

    19. โปแลนด์ (Poland)

    20. โปรตุเกส (Portugal)

    21. สโลวาเกีย (Slovakia)

    22. สโลวีเนีย (Slovenia)

    23. สเปน (Spain)

    24. สวีเดน (Sweden)

    25. สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)

    26. ออสเตรีย (Austria)

    27. โครเอเซีย (Croatia)

    จากเดิม 26 ประเทศ โดยมีประเทศโครเอเชีย เพิ่มเข้ามาเพิ่มเติม เป็น 27 ประเทศ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2022 ที่ผ่านมา โดยใน 27 ประเทศนี้ มี 4 ประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป แต่ต้องใช้ Schengen Visa ในการเดินทางซึ่งได้แก่ ประเทศไอซ์แลนด์, ลิกเตนสไตน์, นอร์เวย์ และ สวิตเซอร์แลนด์

    วีซ่าเชงเก้นมีกี่ประเภท จะไปเที่ยวต้องยื่นประเภทอะไร

    สำหรับการท่องเที่ยว นักเดินทางส่วนใหญ่จะเลือกยืนวีซ่าเชงเก้นแบบพำนักระยะสั้น และเป็นวีซ่าในรูปแบบ Multiple Entry ซึ่งจะให้สิทธิผู้เดินทางในการเดินทางเข้า – ออกประเทศสมาชิกเชงเก้นได้ภายใน 90 วัน หลายครั้ง จนกว่าวีซ่าเชงเก้นจะหมดอายุ  อย่างไรก็ตาม วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) สามารถแบ่งประเภทออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่

    1. วีซ่าเชงเก้นประเภท A 

    โดยวีซ่าเชงเก้นประเภทนี้ คือ วีซ่าสำหรับแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยเครื่องบินซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องทำการเปลี่ยนเครื่อง (Stop Over) ที่สนามบิน ซึ่งตั้งอยู่ในเขตประเทศสมาชิกเชงเก้น

    2. วีซ่าเชงเก้นประเภท B

    วีซ่าเชงเก้นประเภท B เป็นวีซ่าทรานซิท สำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ แต่ต้องผ่าน หรือ แวะ ประเทศในเขตเชงเก้นก่อนเพื่อเดินทางไปยังประเทศนั้นๆ 

    3. วีซ่าเชงเก้นประเภท C

    วีซ่าเชงเก้นประเภทนี้ มีชื่อเรียกว่า “วีซ่าเชงเก้นแบบพำนักระยะสั้น” ซึ่งเป็นประเภทวีซ่าที่นักท่องเที่ยวนิยมขอ โดยวัตถุประสงค์ขอบงวีซ่านี่ คือ การเดินทางไปทำธุรกิจ หรือ ท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศสมาชิกเชงเก้นระยะสั้น ไม่เกิน 90 วัน ภายใน 180 วัน (ในช่วงเวลา 6 เดือน) โดยวีซ่าเชงเก้นประเภทพำนักระยะสั้นนี้ สามารถแบ่งออกตามลักษณะการเดินทางเข้าออกประเทศได้เป็น 

    • วีซ่าพำนักระยะสั้นแบบ Single Entry 
    • วีซ่าพำนักระยะสั้นแบบ Double Entry
    • วีซ่าพำนักระยะสั้นแบบ Multiple Entry 

    นอกจากนี้ ประเภทวีซ่าเชงเก้นแบบพำนักระยะสั้น ยังสามารถแบ่งออกตามลักษณะการเดินทางได้อีกเป็น 3 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภท ต่างมีรายละเอียดเอกสาร และ หลักฐานที่ต้องเตรียมแตกต่างกันออกไป โดย 3 ประเภทได้แก่ 

    • วีซ่าพำนักระยะสั้นแบบท่องเที่ยว (Tourist) 
    • วีซ่าพำนักระยะสั้นแบบเยี่ยมเยือน (Visitor) 
    • วีซ่าพำนักระยะสั้นแบบธุรกิจ (Business)

    4. วีซ่าเชงเก้นประเภท D

    วีซ่าเชงเก้นประเภทนี้ เป็นวีซ่าสำหรับผู้เดินทางที่มีความประสงค์ในการพำนักที่ประเทศนั้นๆ เป็นระยะเวลามากกว่า 90 วัน เช่น เพื่อการเรียนต่อ หรือ การติดต่อธุรกิจ เป็นต้น 

    ส่วนอื่น ๆ นั้นจะเป็นประเภท วีซ่าเข้ามารักษาพยาบาล วีซ่าสำหรับเจ้าหน้าที่หน่วยราชการ วีซ่าแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมและกีฬา วีซ่าเยี่ยมเยือนครอบครัวหรือเพื่อน เป็นต้น

    สรุปขั้นตอนยื่นวีซ่าเชงเก้น พร้อมเอกสารที่จำเป็น

    ขั้นตอนในการยื่นวีซ่าเชงเก้น ของทั้ง 27 ประเทศผู้เป็นหนึ่งในสมาชิกเชงเก้นนั้น จะมีความคล้ายคลึงกัน โดยจะแตกต่างกันที่การกรอกเอกสาร, สถานที่ยื่นวีซ่า และ ระยะเวลาที่ทางสถานทูตใช้ในการพิจารณา ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่าเชงเก้นนั้น จะอยู่ที่ 15 วันทำการ ซึ่งผู้เดินทางสามารถขอวีซ่าเชงเก้นล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน โดยมีขั้นตอนดังนี้

    ขั้นตอนที่ 1: จัดเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าเชงเก้น

    เอกสารการยื่นวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เจ้ากหน้าที่สถานทูตของทุกประเทศใช้ในการตัดสินความพร้อมของคุณในการท่องเที่ยว หนือ พำนักในประเทศนั้นๆ โดยเอกสารฉบับอัปเดตการขอวีซ่าเชงเก้น 2022 – 2023 มีดังนี้ 

    • แบบฟอร์มยื่นเรื่องขอวีซ่าเชงเก้นของแต่ละประเทศ 

    การยื่นขอวีซ่าเชงเก้นของแต่ละเทศ จะมีแบบฟอร์มเฉพาะของแต่ละประเทศที่แตกต่างกันไป โดยผู้เดินทางจะต้องทำการกรอกแบบฟอร์มวีซ่าเชงเก้นสำหรับเดินทางไปประเทศนั้นๆ ที่เว็บไซต์ของสถานทูต หรือ บนเว็บไซต์ของศูนย์รับคำร้องที่ได้รับมอบหมายจากสถานทูตอย่างเป็นทางการ เช่น ศูนย์รับคำร้อง VFS และ ศูนย์รับคำร้อง TLS เป็นต้น

    • หนังสือเดินทาง (Passport) 

    ให้นักท่องเที่ยวเตรียมหนังสือเดินทางทั้งเล่มเก่า และ เล่มปัจจุบันมาในวันยื่นเอกสาร โดยเล่มปัจจุบัน จะต้องมีหน้าเหลืออย่างน้อย 2 หน้า อบะ มีอายุเหลือมากกว่า 3 เดือน ขึ้นไป นอกจากนี้ ให้คุณนำสำเนาหนังสือเดินทางของหน้าที่แสดงรูปถ่าย และ ข้อมูลส่วนตัวมาด้วย 2 ชุด

    • หลักฐานทางการเงิน

    สำหรับผู้ที่ต้องการขอวีซ่าเชงเก้นไม่ว่าจะสำหรับเดินทางไปประเทศไหนก็ตาม จะต้องแสดงหลักฐานทางการเงินได้แก่ รายการเดินบัญชี (Bank Satement) ย้อนหลัง ไม่น้อยกว่า 6 เดือน และ ใบรับรองทางการเงิน (Bank Certification) ที่ออกโดยธนาคาร และ มีลายเซ็นของทางธนาคารด้วยเช่นกัน

    • ใบรับรองการทำงาน หรือใบรับรองการเป็นนักศึกษา

    หากคุณเป็นพนักงาน คุณจะต้องแสดงใบรับรองการทำงานที่ออกโดยบริษัท และระบุตำแหน่งงาน เงินเดือน รวมถึงช่วงเวลาที่ทางบริษัทอนุมัติให้ลาตั้งแต่วันเริ่มเดินทางจนถึงวันกลับ ในทางตรงกันข้าม หากคุณเป็นเจ้าของกิจการ คุณจะต้องนำใบประกอบกิจการมาด้วย สำหรับนักเรียน หรือ นักศึกษา จะต้องนำใบรับรองการศึกษาที่ออกโดยสถานศึกษามา เพื่อแสดงสถานภาพความเป็นนักเรีบนที่ประเทศไทยนั่นเอง 

    • หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน และที่พัก

    ในการขอวีซ่าเชงเก้น เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้เดินทางเอง ทางสถานทูตจะขอดูหลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน ซึ่งต้องระบุสายการบิน เที่ยวบินขาไป และ ขากลับ พร้อมกับหลักฐานการจองที่พักตลอดระยะเวลาที่พำนักในประเทศเชงเก้นด้วยเช่นกัน (คุณสามารถเลือกจองกับโรงแรมที่สามารถแคนเซิล Booking ได้ ในกรณีหากมีความต้องการเปลี่ยนแผนการเดินทางหลักจากขอวีซ่าเชงเก้นผ่านเรียบร้อย)

    • แผนการเดินทาง

    แผนการเดินทางดังกล่าว จะต้องแสดงถึงข้อมูลการเดินทางแบบกระชับได้ใจความ ซึ่งเจ้าหน้าสถานทูตจะต้องอ่านแล้วเข้าใจถึงการเดินทางของเราในประเทศนั้นๆ รวมทั้งข้อมูลระบบขนส่งสาธารณะที่เราวางแผนจะใช้ในการท่องเที่ยวเพื่อเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ  

    • รูปถ่ายวีซ่า

    รูปถ่ายวีซ่าเชงเก้น เพื่อวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยว ควรเป็นรูปถ่ายสี หน้าตรง เปิดหน้าผาก และ ใบหู โดยมีพื้นหลังเป็นสีขาว หรือ สีอ่อน และต้องมีขนาดอยู่ที่ 3.5 ซม x 4.5 ซม 

    • กรมธรรม์ประกันภัยการเดินทาง

    การทำวีซ่าเชงเก้นเพื่อการท่องเที่ยว ผู้เดินทางจะต้องทำประกันการเดินทางกับบริษัทที่ได้รับการรับรองจากทางสถานทูตของประเทศนั้นๆ ซึ่งประกันดังกล่าวต้องมีวงเงินครอบคลุมไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท หรือ ประมาณ 30,000 ยูโร นั่นเอง

    • เอกสารส่วนตัวอื่นๆ

    นอกจากเอกสารสำคัญที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ผู้เดินทางต้องเตรียมเอกสารส่วนตัว พร้อมกับสำเนา ไม่ว่าจะเป็น บัตรประชาชน สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนสมรส/ใบหย่า และ สนูติบัตรสำหรับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี

    • ค่าธรรมเนียม

    ในวันที่ยื่นเอกสารเพื่อขอวีซ่าเชงเก้น (Shengen Visa) กับทางสถานทูต หรือ กับทางศูนย์ยื่นวีซ่า นอกจากเอกสารต่างๆ ที่ต้องเตรียมให้ครบถ้วนแล้ว ผู้ยื่นวีซ่าเชงเก้นจะต้องเตรียมค่าธรรมเนียม ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 80 ยูโร หรือ ที่ประมาณ 2,500 – 3,000 บาท  (สำหรับเด็กจะมีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 40 ยูโร)

    วีซ่าเชงเก้นแบบเยี่ยมเยือน และ ต้องไปพำนักกับญาติ, พี่น้อง, เพื่อน หรือ แฟน จะต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมดังนี้

    ขั้นตอนที่ 2: ทำการนัดหมายเพื่อยื่นวีซ่าเชงเก้น

    ขั้นตอนการนัดหมายเพื่อยื่นเอกสารนั้น ผู้เดินทางจะต้องทำการเช็คว่าวีซ่าเชงเก้นเพื่อเดินทางไปยังประเทศนั้นๆ จะต้องทำการนัดหมายผ่านเว็บไซต์อะไร ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วการขอวีซ่าเชงเก้น ผู้เดินทางจะต้องทำการนัดหมายที่เว็บไซต์ของศูนย์ยื่นวีซ่าที่ทางสถานทูตประเทศนั้นๆ ได้มอบหมายให้ดูแล

    ในขั้นตอนนี้ ผู้เดินทางจะต้องสร้างบัญชีกับทางเว็บไซต์ให้เรียบร้อย จากนั้นยืนยันบัญชีผู้ใช้ทางอีเมล และ ทำการนัดหมายให้เรียบร้อย โดยคุณจะต้องปริ้นท์ใบนัดหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อใช้ประกอบเอกสารยื่นวีซ่าเชงเก้นในวันนัดหมายเช่นกัน 

    ขั้นตอนที่ 3: เดินทางไปยื่นเอกสารขอวีซ่าเชงเก้นกับศูนย์ยื่นของประเทศนั้นๆ

    ในขั้นตอนนี้ คุณจะต้องเตรียมใบนัดหมาย และ เอกสารที่จำเป็น มายื่นกับทางศูนย์รับยื่นวีซ่าเชงเก้นของประเทศนั้นๆ ซึ่งได้แก่ ศูนย์ VFS และ ศูนย์ TLS 

    • 1. ศูนย์รับยื่น Schengen Visa – VFS:  

    ที่อยู่: อาคารเทรนดี้ ซอย. สุขุมวิท 13

    สำหรับประเทศ:  เบลเยี่ยม, สหราชอาณาจักร, เดนมาร์ก, ไอซ์แลนด์, ฟินแลนด์, เอสโตเนีย, เลบานอน, นอร์เวย์, สวีเดน, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย, และ แคนาดา

    ที่อยู่: ที่จามจุรี สแควร์

    สำหรับประเทศ: ออสเตรีย, โครเอเชีย, สาธารณรัฐเช็ก, เยอรมนี, อิตาลี, ยูเครน, สวิตเซอร์แลนด์, สิงคโปร์

    • 2. ศูนย์รับยื่น Schengen Visa – TLS:  

    ที่อยู่: ตึกสาธร ซิตี้ทาวเวอร์ ชั้น 12 ถนน สาทรใต้ 

    สำหรับประเทศ: ฝรั่งเศส และ โปรตุเกส 

    • 3. ศูนย์รับยื่น Schengen Visa – BLS International:  

    ที่อยู่: อาคาร อินเตอร์เชนจ์ 21 399 ถนนสุขุมวิท 

    สำหรับประเทศ: สเปน

    ขั้นตอนที่ 4: การพิจารณาเอกสาร และ เช็คสถานะวีซ่าเชงเก้น

    หลังจากที่เราได้ทำการยื่นเอกสารกับทางศูนย์ยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว ทางศูนย์จะทำการส่งเอกสารของเราไปยังสถานทูตของประเทศนั้นๆ โดยสถานทูตจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 15 วันทำการ 

    ซึ่งหลังจากที่ทางสถานทูตพิจารณาเอกสารเสร็จสิ้น หนังสือเดินทาง (Passport) ของคุณจะถูกส่งกลับมาที่ศูนย์ยื่นวีซ่า ซึ่งทางศูนย์จะแจ้งให้คุณเดินทางมารับหนังสือเดินทางที่ศูนย์ ในกรณีที่คุณจะเดินทางมารับหนังสือเดินทางเอง หรือ หากคุณเลือกเป็นส่งไปรษณีย์แทน ทางศูนย์ยื่นจะให้คุณกรอกที่อยู่เพื่อส่งคืนหนังสือเดินทางในวันที่คุณเดินทางไปยื่นเอกสารกับทางศูนย์ (ในขั้นตอนที่ 3)

    วีซ่าเชงเก้นคือความสะดวกสบายที่จะให้คุณเข้าออกประเทศในเขตเชงเก้นได้ถึง 27 ประเทศ แต่การยื่นเรื่องแต่ละครั้งจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ขั้นตอน เอกสาร และต้องมีเวลามากพอสำหรับดำเนินการ การใช้ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ก็ย่อมที่จะมีความสะดวกมากกว่า Doctor Visa พร้อมให้บริการยื่นวีซ่าเชงเก้น เพื่อเปิดโลกของคุณสู่ประเทศแถบยุโรปได้อย่างมั่นใจ